คำพิพากษาศาลฎีกานี้ตัดสินคดีเกี่ยวกับการ จัดการมรดกโดยทุจริต ซึ่งทายาทเป็นโจทก์ฟ้องผู้จัดการมรดกในข้อหาเบียดบังทรัพย์สิน ศาลวินิจฉัยว่าการ แก้ไขฟ้อง เพื่อเพิ่มจำนวนเงินที่ถูกยักยอกถือเป็นข้อหาใหม่ซึ่งต้องกระทำภายใน อายุความ 3 เดือน มิเช่นนั้นสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจะระงับไป ในส่วนของพฤติการณ์ความผิด ศาลชี้ว่าการโอนเงินมรดกไปใช้ สร้างบ้านส่วนตัว และการโอนที่ดินมรดกเป็น กรรมสิทธิ์ของตนเองเพียงผู้เดียว โดยไม่แบ่งปันให้ทายาทอื่นถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แม้จำเลยจะอ้างว่าทำตามความประสงค์ของบิดาหรือเพื่อความสะดวกในการจัดการ แต่เมื่อมีเจตนาครอบครองทรัพย์ไว้เพื่อประโยชน์ส่วนตนย่อมมีความผิดตามกฎหมาย สุดท้ายศาลได้ใช้ดุลพินิจ ลดโทษจำคุก ให้เหมาะสมกับสภาพความผิดเนื่องจากเป็นความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง แต่ปฏิเสธการรอลงอาญาเพราะจำเลยไม่มีพฤติการณ์สำนึกผิดในการคืนทรัพย์สินสู่กองมรดก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568 ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญช...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น