บทความ

รูปภาพ
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้สรุปบรรทัดฐานทางกฎหมายเกี่ยวกับการ  เพิ่มโทษผู้กระทำความผิดซ้ำ  ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยศาลวินิจฉัยว่าหากคำบรรยายฟ้องของอัยการระบุพฤติการณ์ความผิดเดิมและระยะเวลาการกระทำผิดซ้ำไว้อย่างครบถ้วนแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจ  เพิ่มโทษกึ่งหนึ่ง  ตามมาตรา 93 (13) ได้ทันที แม้คำขอท้ายฟ้องจะระบุเลขมาตราผิดพลาดไปเป็นมาตรา 92 ก็ตาม เนื่องจากบทบัญญัติเรื่องการเพิ่มโทษไม่ใช่การกำหนดฐานความผิด จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับที่ต้องระบุเลขมาตราให้ถูกต้องแม่นยำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) นอกจากนี้ ศาลฎีกายังได้ทำหน้าที่  ปรับแก้บทลงโทษ  ให้ตรงกับพฤติการณ์ความผิดจริงในคดีลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อให้เกิดความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย คำตัดสินนี้จึงช่วยยืนยันความสำคัญของ  ข้อเท็จจริงในคำฟ้อง  ที่มีเหนือความผิดพลาดเล็กน้อยทางธุรการในการระบุเลขมาตราท้ายฟ้อง   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6187/2567 โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ไว้ชัดเจนแล้วว่า ก่อนคดีนี้ จำเลยที่ 1 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แล้วกลับมากระทำความผิดในคด...
รูปภาพ
ถาม-ตอบ ข้อที่ 1  คำถาม  ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต่อศาลแขวงต้องคำนึงหรือไม่ว่าโจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด  คำตอบ การที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต่อศาลแขวงนั้นไม่ต้องคำนึงว่าโจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด  ดูคำพิพากษาฎีกาที่ 1162/2564 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1162/2564 เรื่อง คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา อำนาจศาลแขวง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 บัญญัติว่า “การฟ้อง  คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มี  อำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวล  กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง” ตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดว่าในการฟ้องคดีแพ่ง  ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีแพ่งรวมไปกับคดีอาญาและให้ศาลที่  พิจารณาคดีอาญาพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งไปในคราวเดียวกัน ในกรณีที่ศาลที่จะ  พิจารณาคดีอาญารับฟ้องคดีส่วนอาญาไว้พิจารณาแล้ว แม้โดยปกติหากศาลนั้นเป็น  ศาลแขว...
รูปภาพ
                                                                                                                      สรุป กฎหมายละมิด มาตรา 420 เรื่อง การกระทำที่เป็นละเมิด   มาตรา 420  ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น มาตรา 421 เรื่อง การใช้สิทธิส่วนเกิน  มาตรา 421  การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 422  ถ้าความเสียหายเกิดแต่การฝ่าฝืนบทบังคับแห่งกฎหมายใดอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ ผู้ใดทำการฝ่าฝืนเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐ...

วิชา LAW 2107 กฎหมายอาญา 2 ข้อที่ 1 (นิติศาสตร์รามคำแหง)

รูปภาพ
  วิชา  LAW  2107 กฎหมายอาญา 2 (นิติศาสตร์รามคำแหง) วางหลักและคำอธิบายหลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา เรื่อง ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน   มาตรา 136  ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามมาตรา 136  มีองค์ประกอบของความผิดดังนี้  1.ดูหมิ่น 2.เจ้าพนักงาน (ต้องเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่โดยตรง) 3.ซึ่งกระทำตามหน้าที่,หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ 4.โดยเจตนา (ต้องมีเจตนาประสงค์ต่อผลหรือเล็งเห็นผล) คำอธิบายหลักกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามมาตรา 136  เห็นว่า  การดูหมิ่น หมายถึง การด่า ดูถูกเหยีดหยามหรือสบประมาทให้อับอาย หากเป็นคำท้าทาย คำกล่าวไม่สุภาพ    คำเปรียบเปรย ประชดประชันตัดพ้อต่อว่าไม่เป็นการดูหมิ่น เป็นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำตามหน้าที่โดยตรงตามกฎหมาย เพราะได้กระทำตามหน้าที่นั้น หมายถึง ดูหมิ่นโดยมีสาเหตุมาจากเจ้าพนักงานเจ้าพนักงานปฏิบัติ...

รู้จักยศ ตำรวจ มีอะไรบ้าง?

รูปภาพ
  👉 รู้จักยศ จ่าสิบตำรวจ  ยศจ่าสิบตำรวจ มีตัวย่อว่า จ.ส.ต. ภาษาอังกฤษ   Police Sergeant Major   Pol.Sgt.Maj.  เ ป็นยศของ ข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ซึ่งข้าราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ได้แบ่ง ข้าราชการตำรวจ ออกเป็น 3 ชั้น คือ 1.ชั้นพลตำรวจ ได้แก่ พลตำรวจสำรอง (นักเรียนนายสิบตำรวจ) 2.ชั้นประทวน ได้แก่ ยศ สิบตำรวจตรี,สิบตำรวจโท,สิบตำรวจเอก,จ่าสิบตำรวจ,ดาบตำรวจ โดย ชั้นประทวนแม้นจะมียศต่างกันเพื่อบอกลำดับอาวุโสมิใช่บอกสายการบังคับบัญชา เพราะชั้นประทวนมีตำแหน่ง เท่ากันคือ ผู้บังคับหมู่ ไม่ว่า สิบตำรวจตรีจบใหม่ หรือ ดาบตำรวจ เพียงแต่เรียงลำดับยศเพื่อความอาวุโสนั้นเอง    3.ชั้นสัญญาบัตร ได้แก่ ร้อยตำรวจตรี ,ร้อยตำรวจโท,ร้อยตำรวจเอก,พันตำรวจตรี,พันตำรวจโท,พันตำรวจเอก,พลตำรวจตรี,พลตำรวจโท,พลตำรวจเอก โดยนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นชั้นยศของการเริ่มต้นเป็นผู้บังคับบัญชาโดยเริ่มจากยศ ร้อยตำรวจตรี คือตำแหน่ง รองสารวัตรหรือผู้บังคับหมวด ซึ่งเป็นตำแหน่งของสายบังคับบัญชา